คุณรู้จัก"วัณโรค"ดีแค่ไหน |
|
| วัณโรคจัดเป็นโรคติดต่อชนิดร้ายแรงอันดับสองของโลก วัณโรคพบบ่อยในประเทศไทยและเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญของประเทศไทยและทั่วโลก และก่อให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจต่อประเทศและครอบครัว วัณโรคเป็นโรคที่พบได้บ่อยทั้งคนในเมือง และชนบท โดยเฉพาะตามแหล่งสลัมหรือในที่ ๆ ผู้คนอยู่กันแออัด ชาวบ้าน
เรียกว่า ฝีในท้อง มักจะพบในเด็ก, คนแก่, คนที่เป็นโรคเอดส์ หรือเบาหวาน, ผู้ป่วยโรคไต หรือโรคเอสแอลอี
ที่ต้องกินยาเพร็ดนิโซโลนอยู่นาน ๆ, พวกที่ติดยาเสพติด, คนที่ร่างกายอ่อนแอจากการเป็นโรคอื่น ๆ มาก่อน
(เช่น หัด ไอกรน ไข้หวัดใหญ่), คนที่ตรากตรำงานหนักพักผ่อนไม่เพียงพอ, ดื่มเหล้าจัด, ขาดอาหาร ปัจจุบัน
พบว่าผู้ป่วยโรคเอดส์ เป็นวัณโรคแทรกซ้อนกันมากและทำให้วัณโรคปอดที่เคยลดลง มีการแพร่กระจายมากขึ้น ที่สำคัญเมื่อเข้ารับการรักษาควรต้องรับการรักษาให้จบขั้นตอนตามที่แพทย์กำหนดโดยเคร่งครัด มิฉะนั้นจะทำให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยาเพิ่มมากขึ้น ทำให้เป็นปัญหาลำบากในการรักษาต่อไป |
 |
|
|
|
สิ่งที่ควรทำเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของวัณโรค
| คนที่สัมผัสโรค ผู้อยู่ใกล้ชิดในบ้านเดียวกับผู้ป่วยทุกคน ควรไปให้แพทย์ตรวจ อาจต้องกินยาป้องกันวัณโรค |
| นำเด็ก ๆ ไปฉีดวัคซีน บี ซี จี เพื่อเพิ่มความต้านทานของร่างกายต่อเชื้อวัณโรค อายุที่เหมาะสมที่สุดในการฉีดวัคซีน บี ซี จี คือตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึง 1 ปี และจะได้รับการฉีดซ้ำอีก 1 ครั้ง ในช่วงเด็กเข้าโรงเรียนปีแรก |
| รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับคนที่เป็นโรค |
|
|
|
| การปฏิบัติตนเมื่อเป็นวัณโรค |
|
1. รับประทานยาให้สม่ำเสมอ ระยะเวลานานเพียงพอตามการรักษาแพทย์ หลังรับประทานยา 2-3 เดือน ผู้ป่วยจะรู้สึกว่ามีอาการดีขึ้น แต่อาการที่ดีขึ้นนั้นไม่ได้หมายความว่า ผู้ป่วยหายจากโรคแล้ว ถ้าด่วนหยุดยาเอง โรคกำเริบและเชื้อวัณโรคอาจดื้อยาที่เคยรักษาอยู่ โอกาสหายจึงยากมาก ถ้าผู้ป่วยรับประทานยาแล้วมีอาการแพ้ยาขอให้กลับมาพบแพทย์ทันที ห้ามหยุดยาเอง หรือเปลี่ยนที่รักษาใหม่ จะมีผลทำให้การรักษาล่าช้าไป
2. ปิดปาก จมูก เวลาไอหรือจาม เพื่อป้องกันการแพร่กระจายสู่ผู้อื่น 3. บ้วนเสมหะลงในภาชนะ หรือกระป๋องที่มีฝาปิดมิดชิดทำลายเสมหะโดยนำกระป๋องไปตั้งไฟให้เดือด อย่างน้อย 5 นาที เพื่อฆ่าเชื้อโรค หรือแช่น้ำยา ฆ่าเชื้อไลโซล
|  |
|
4. จัดบ้านให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ให้แสงแดดส่องถึง และหมั่นนำเครื่องนอนออกตากแดด 5. ตัวผู้ป่วยควรนอนแยกห้องหรือมุ้งออกจากผู้อื่นในบ้านโดยเด็ดขาด จนกว่าจะรักษาตัวให้แน่ใจว่าหายดีแล้ว 6. ควรใช้ช้อนกลางในการตักกับข้าวรับประทานอาหาร ช้อน จาน ชาม ของผู้ป่วยควรต้อมในน้ำเดือด ช้อน ชาม จาน ของผู้ป่วย ควรต้มในน้ำเดือด 7. ห้ามดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และยาเสพติดทุกชนิด เพราะเป็นสาเหตุสำคัญ ของการทำลายสุขภาพ 8. ผู้ที่อยู่ในบ้านเดียวกับผู้ป่วย อาจจะได้รับเชื้อจากผู้ป่วย จึงควรนำทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะเด็ก ๆ ไปรับการตรวจจากแพทย์ จะได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ
|
| |
| เราจะป้องกันได้อย่างไรไม่ให้เป็นวัณโรค |
|
| 1. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยการออกกำลังกายกินอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ |
| 2. หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยวัณโรค |
| 3. ถ้ามีผู้ป่วยวัณโรคอยู่ในบ้าน ควรเอาใจใส่ดูแลให้กินยาครบถ้วนสม่ำเสมอทุกวัน |
| 4. ควรตรวจร่างกาย โดยการเอกซเรย์ปอดอย่างน้อยปีละครั้ง พาบุตร หลาน ไปรับการฉีดวัคซีน บี ซี จี |
| 5. หากมีอาการผิดปกติ น่าสงสัยว่าจะเป็นวัณโรค ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจ โดยการเอกซเรย์ปอด และตรวจเสมหะ |
| 6. ทราบข้อมูลเบื้องต้นคร่าวๆ ของโรคนี้แล้ว จึงอยากเตือนว่าใครที่มีอาการน่าสงสัยดังต่อไปนี้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด มีไข้ต่ำๆ ตอนบ่ายหรือเย็น เหงื่อออกตอนกลางคืน มีอาการเจ็บหน้าอก อาการไอเรื้อรังเกิน 3 สัปดาห์ หรือไอมีเสมหะปนเลือด ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้แน่ใจโดยเร็ว |
|
|
|
| สำหรับวัคซีนป้องกันโรควัณโรค |
|
| โรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน “บีซีจี” เมื่อแรกคลอด ส่วนมากฉีดบริเวณหัวไหล่ข้างซ้ายของเด็ก ตุ่มนี้ต่อมาจะเป็นหนองและยุบไปในที่สุด พออายุ 4-7 ปีจึงจะฉีดซ้ำอีกครั้ง |
| |
ด้วยความปรารถนาดี
จาก
แผนกส่งเสริมสุขภาพ
โรงพยาบาลศรีวิชัย 3 อ้อมน้อย โทร. 02-431-0070
|
|