| ศรีวิชัย 1 แยกไฟฉาย | ศรีวิชัย 2 หนองแขม | ศรีวิชัย 3 อ้อมน้อย | ศรีวิชัย 5 เมืองสมุทรสาคร |
  หน้าหลัก
  รู้จักโรงพยาบาลศรีวิชัย
  คลินิกและบริการ
  โปรโมชั่นพิเศษ
  สาระน่ารู้เพื่อสุขภาพ
  คุยกับแพทย์กลุ่มโรงพยาบาล
ศรีวิชัยที่อเมริกา
  ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
  สมัครงาน
  ติดต่อเรา
  โรงพยาบาลศรีวิชัย 1
   แยกไฟฉาย
  โรงพยาบาลศรีวิชัย 2
   หนองแขม
  โรงพยาบาลศรีวิชัย 3
   อ้อมน้อย
  โรงพยาบาลศรีวิชัย 5
   เมืองสมุทรสาคร
  มูลนิธิโรงพยาบาลศรีวิชัย
  โรงเรียนศรีวิชัยอาชีวศึกษา
  ลิงค์ที่น่าสนใจ
 
มูลนิธิโรคข้อฯ
สมาคมรูมาติสซั่ม
ราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์
คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราช
กรมสุขภาพจิต
กระทรวงสาธารณสุข
สำนักงานประกันสังคม
สำนักงานหลักประกันสุขภาพ
สำนักงานกองทุนสนับสนุน
  การสร้างเสริมสุขภาพ
ศูนย์กลางความรู้แห่งชาติ
สภากาชาดไทย
Thaiclinic.com
 
  
คุณรู้จัก"วัณโรค"ดีแค่ไหน
                      วัณโรคจัดเป็นโรคติดต่อชนิดร้ายแรงอันดับสองของโลก วัณโรคพบบ่อยในประเทศไทยและเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญของประเทศไทยและทั่วโลก และก่อให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจต่อประเทศและครอบครัว วัณโรคเป็นโรคที่พบได้บ่อยทั้งคนในเมือง และชนบท โดยเฉพาะตามแหล่งสลัมหรือในที่ ๆ ผู้คนอยู่กันแออัด ชาวบ้าน เรียกว่า ฝีในท้อง มักจะพบในเด็ก, คนแก่, คนที่เป็นโรคเอดส์ หรือเบาหวาน, ผู้ป่วยโรคไต หรือโรคเอสแอลอี ที่ต้องกินยาเพร็ดนิโซโลนอยู่นาน ๆ, พวกที่ติดยาเสพติด, คนที่ร่างกายอ่อนแอจากการเป็นโรคอื่น ๆ มาก่อน (เช่น หัด ไอกรน ไข้หวัดใหญ่), คนที่ตรากตรำงานหนักพักผ่อนไม่เพียงพอ, ดื่มเหล้าจัด, ขาดอาหาร ปัจจุบัน พบว่าผู้ป่วยโรคเอดส์ เป็นวัณโรคแทรกซ้อนกันมากและทำให้วัณโรคปอดที่เคยลดลง มีการแพร่กระจายมากขึ้น ที่สำคัญเมื่อเข้ารับการรักษาควรต้องรับการรักษาให้จบขั้นตอนตามที่แพทย์กำหนดโดยเคร่งครัด มิฉะนั้นจะทำให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยาเพิ่มมากขึ้น ทำให้เป็นปัญหาลำบากในการรักษาต่อไป
สิ่งที่ควรทำเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของวัณโรค

 คนที่สัมผัสโรค ผู้อยู่ใกล้ชิดในบ้านเดียวกับผู้ป่วยทุกคน ควรไปให้แพทย์ตรวจ อาจต้องกินยาป้องกันวัณโรค
 นำเด็ก ๆ ไปฉีดวัคซีน บี ซี จี เพื่อเพิ่มความต้านทานของร่างกายต่อเชื้อวัณโรค อายุที่เหมาะสมที่สุดในการฉีดวัคซีน บี ซี จี คือตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึง 1 ปี และจะได้รับการฉีดซ้ำอีก 1 ครั้ง ในช่วงเด็กเข้าโรงเรียนปีแรก
 รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับคนที่เป็นโรค
การปฏิบัติตนเมื่อเป็นวัณโรค
            1. รับประทานยาให้สม่ำเสมอ ระยะเวลานานเพียงพอตามการรักษาแพทย์ หลังรับประทานยา 2-3 เดือน ผู้ป่วยจะรู้สึกว่ามีอาการดีขึ้น แต่อาการที่ดีขึ้นนั้นไม่ได้หมายความว่า ผู้ป่วยหายจากโรคแล้ว ถ้าด่วนหยุดยาเอง โรคกำเริบและเชื้อวัณโรคอาจดื้อยาที่เคยรักษาอยู่ โอกาสหายจึงยากมาก ถ้าผู้ป่วยรับประทานยาแล้วมีอาการแพ้ยาขอให้กลับมาพบแพทย์ทันที ห้ามหยุดยาเอง หรือเปลี่ยนที่รักษาใหม่ จะมีผลทำให้การรักษาล่าช้าไป
            2. ปิดปาก จมูก เวลาไอหรือจาม เพื่อป้องกันการแพร่กระจายสู่ผู้อื่น
            3. บ้วนเสมหะลงในภาชนะ หรือกระป๋องที่มีฝาปิดมิดชิดทำลายเสมหะโดยนำกระป๋องไปตั้งไฟให้เดือด อย่างน้อย 5 นาที เพื่อฆ่าเชื้อโรค หรือแช่น้ำยา ฆ่าเชื้อไลโซล
            4. จัดบ้านให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ให้แสงแดดส่องถึง และหมั่นนำเครื่องนอนออกตากแดด
            5. ตัวผู้ป่วยควรนอนแยกห้องหรือมุ้งออกจากผู้อื่นในบ้านโดยเด็ดขาด จนกว่าจะรักษาตัวให้แน่ใจว่าหายดีแล้ว
            6. ควรใช้ช้อนกลางในการตักกับข้าวรับประทานอาหาร ช้อน จาน ชาม ของผู้ป่วยควรต้อมในน้ำเดือด ช้อน ชาม จาน ของผู้ป่วย ควรต้มในน้ำเดือด
            7. ห้ามดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และยาเสพติดทุกชนิด เพราะเป็นสาเหตุสำคัญ ของการทำลายสุขภาพ
            8. ผู้ที่อยู่ในบ้านเดียวกับผู้ป่วย อาจจะได้รับเชื้อจากผู้ป่วย จึงควรนำทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะเด็ก ๆ ไปรับการตรวจจากแพทย์ จะได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ
 
เราจะป้องกันได้อย่างไรไม่ให้เป็นวัณโรค
             1. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยการออกกำลังกายกินอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่
             2. หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยวัณโรค
             3. ถ้ามีผู้ป่วยวัณโรคอยู่ในบ้าน ควรเอาใจใส่ดูแลให้กินยาครบถ้วนสม่ำเสมอทุกวัน
             4. ควรตรวจร่างกาย โดยการเอกซเรย์ปอดอย่างน้อยปีละครั้ง พาบุตร หลาน ไปรับการฉีดวัคซีน บี ซี จี
             5. หากมีอาการผิดปกติ น่าสงสัยว่าจะเป็นวัณโรค ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจ โดยการเอกซเรย์ปอด และตรวจเสมหะ
             6. ทราบข้อมูลเบื้องต้นคร่าวๆ ของโรคนี้แล้ว จึงอยากเตือนว่าใครที่มีอาการน่าสงสัยดังต่อไปนี้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด มีไข้ต่ำๆ ตอนบ่ายหรือเย็น เหงื่อออกตอนกลางคืน มีอาการเจ็บหน้าอก อาการไอเรื้อรังเกิน 3 สัปดาห์ หรือไอมีเสมหะปนเลือด ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้แน่ใจโดยเร็ว
สำหรับวัคซีนป้องกันโรควัณโรค
                      โรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน “บีซีจี” เมื่อแรกคลอด ส่วนมากฉีดบริเวณหัวไหล่ข้างซ้ายของเด็ก ตุ่มนี้ต่อมาจะเป็นหนองและยุบไปในที่สุด พออายุ 4-7 ปีจึงจะฉีดซ้ำอีกครั้ง
 
ด้วยความปรารถนาดี จาก
แผนกส่งเสริมสุขภาพ
โรงพยาบาลศรีวิชัย 3 อ้อมน้อย โทร. 02-431-0070
 
 
"ดูแลรักษาคุณ...อย่างอบอุ่นและมั่นใจ"
  หน้าหลัก   รู้จักโรงพยาบาลศรีวิชัย   คลินิกและบริการ   โปรโมชั่นพิเศษ   สาระน่ารู้   ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ   สมัครงาน   ติดต่อเรา   แผนผังเว็บไซต์    ข้อกำหนดและเงื่อนไข