บทความทางการแพทย์ :: นิ้วล๊อก (Trigger Finger)
 
 โรคนิ้วล็อก (Trigger Finger) รักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด
นิ้วล็อกในภาษาอังกฤษเรียกว่า Trigger finger โดยที่นิ้วมือในผู้ป่วย เวลางอ หรือ เหยียดจะมีเสียงเหมือนการง้างไกรปืน ซึ่งชื่อนี้ไม่ค่อยสื่อความหมายสำหรับคนไทย แพทย์ออร์โธปิดิกส์มักจะบอก
ผู้ป่วยที่เป็นนิ้วล็อกว่า เป็นโรคปลอกหุ้มเอ็นอักเสบ หรือการอักเสบของพังผืด หรือเส้นเอ็นอักเสบ
คำเหล่านี้ก็ไม่ค่อยจะสื่อความหมายให้กับผู้ป่วยเช่นกัน คำว่านิ้วล็อก เป็นคำทับศัพท์ที่มาจาก
คำภาษาอังกฤษว่า Locked Finger ทำให้คนไทยเข้าใจโรคนิ้วล็อกได้ดีมาก
ภาพที่ 1. แสดงนิ้วล็อกที่นิ้วนาง ตำแหน่งที่ลูกศรชี้ คือ ปลอกหุ้มเอ็น ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดนิ้วล็อก
 
 สาเหตุ
   เกิดจากการใช้มือทำงานในท่ากำมืออย่างแรงซ้ำๆ บ่อยๆ พบบ่อยมากกับแม่บ้าน ผู้ชอบเล่นกอล์ฟ เทนนิส เป็นต้น โรคนิ้วล็อก จะพบในผู้หญิง
ราวร้อยละ 60 ในผู้ชายร้อยละ 40 แต่จะพบได้ตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไปเป็นส่วนใหญ่
 
   ในเด็กจะเป็นแต่กำเนิด พบบ่อยที่นิ้วหัวแม่มือ เกือบทั้งหมดเป็นตั้งแต่คลอด เด็กจะเหยียดนิ้วหัวแม่มือไม่ได้ ถ้าพยายามจะเหยียดนิ้วหัวแม่มือออก
จะมีอาการปวดมาก (ภาพที่ 2 ข.)
 
 อาการนิ้วล็อก
   นิ้วจะเหยียดและงอทำให้มีอาการปวดที่บริเวณโคนนิ้ว ถ้าอาการของโรคนิ้วล็อกรุนแรง นิ้วมือจะงอหรือเหยียดไม่ได้เลย นิ้วล็อก จะมีอาการรุนแรง
แตกต่างกัน และแบ่งตามอาการออกเป็นระดับของความรุนแรง ดังนี้
ระดับที่ 1
นิ้วไม่มีการล็อก แต่นิ้วมือจะรู้สึกฝืดเวลาเหยียดหรืองอนิ้วมือในตอนเช้าหรืออากาศเย็นๆ
ระดับที่ 2
นิ้วมือจะงอและเหยียดมีเสียงดัง แต่ยังคงเคลื่อนไหวได้ตามปกติ เริ่มมีอาการปวดที่โคนนิ้ว
ระดับที่ 3
นิ้วมือเวลางอหรือเหยียดจะมีเสียงดัง และล็อก ต้องใช้มือด้านตรงข้ามมาเหยียดออก และจะมีอาการปวด
ระดับที่ 4
นิ้วมือจะล็อก และทำให้นิ้วเหยียดหรืองอออกไม่ได้เลย
ภาพที่ 2 ก. นิ้วล็อกในเด็กที่นิ้วหัวแม่มือ
ตรงตำแหน่งของลูกศรชี้ นิ้วหัวแม่มือจะล็อก
อยู่ในท่างอ
ข. นิ้วล็อกในเด็กที่นิ้วหัวแม่มือ หลังจาก
รับการรักษาแก้ไขแล้ว ที่นิ้วหัวแม่มือขวา
ในผู้ป่วยคนเดียวกัน
ค. แสดงนิ้วล็อกของนิ้วกลาง
ผู้ป่วยรายนี้เหยียดนิ้วกลางไม่ออก
เมื่อเหยียดออกจะปวดมาก
 
 การรักษานิ้วล็อก
   เราจะแบ่ง การรักษาโรคนิ้วล็อก ออกเป็น 2 วิธี คือ
วิธีที่ 1 การรักษาโดยการฉีดยา
การรักษานิ้วล็อก ในผู้ป่วยที่เป็นตั้งแต่ระดับที่ 1 – 3 จะแนะนำให้ฉีดยา สเตียรอยด์เฉพาะ จะได้ผลดี และหายกว่าร้อยละ 60 ขึ้นไป ในรายงานบางแห่งได้ผลดีและหายถึงกว่าร้อยละ 70 ส่วนที่เหลือ ร้อยละ 30 - 40 อาการล็อกจะกลับมาเป็นอีกได้ ในกลุ่มที่กลับมาเป็นใหม่นี้ จะให้มีการฉีดยาสเตียรอยด์ซ้ำได้ 2 - 3 ครั้ง โอกาสที่จะดีขึ้น และหายจะมีบ้างแต่น้อยมาก แพทย์ออร์โธปิดิกส์จะแนะนำให้ทำการผ่าตัดรักษาจะดีกว่า เพราะการฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่ซ้ำ ๆ หลายครั้งจะไม่ทำให้อาการดีขึ้น
วิธีที่ 2 การรักษาโดยการผ่าตัด จะแบ่งออกได้เป็น 2 วิธี
           วิธีที่ 1 เป็นการผ่าตัดในห้องผ่าตัด ของโรงพยาบาลในกรณีที่นิ้วล็อกได้รับการฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่ แล้วยังคงมีอาการล็อกอยู่ การทำผ่าตัดโดยวิธีนี้จะทำในห้องผ่าตัดใหญ่ ต้องฉีดยาชา มีแผลผ่าตัดและมีไหมเย็บด้วย การผ่าตัดแต่ละครั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาประมาณ 1,000 เหรียญ หรือประมาณ 40,000 บาท สำหรับโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 – 10,000 บาท ต่อนิ้ว
           วิธีที่ 2 เป็นการรักษาโดยการเจาะ ( Percutaneous release ) ทำในกรณีที่ฉีดยาสเตียรอยด์ แล้วยังคงมีอาการล็อกอยู่ การทำการรักษาโดยวิธีนี้ สามารถจะทำในคลินิกส่วนตัว หรือนอกสถานที่ของโรงพยาบาลได้ไม่จำเป็นต้องทำผ่าตัดในห้องผ่าตัด ค่าใช้จ่ายจะถูกกว่าวิธีแรกและกลับไปทำงานได้เร็วกว่า     คลิกดูวิธีการรักษาโรคนิ้วล็อก โดยวิธีเจาะ (Percutaneous release) ที่นี่
         วิธีการรักษาโดยวิธีเจาะนี้ เริ่มทำกันมาในปี ค.ศ. 1958 โดย Lortioir จากนั้นก็มีแพทย์หลายท่านที่รายงานได้ผลดี เช่น Eastwood , Bain , Pope and Wolfe โดยมีการใช้เข็มฉีดยาเบอร์ 18 , 19 หรือ 21 เข้าไปตัดปลอกเอ็นที่รัดออก Ha และพวกดัดแปลงเครื่องมือ ในการรักษาโดยวิธีเจาะเช่นกัน ส่วนใหญ่จะทำได้รวดเร็ว ง่ายและปลอดภัยกว่าวิธีแรกมาก
ภาพที่ 3 ก. แสดงเครื่องมือที่ใช้รักษานิ้วล็อก
โดยวิธีการเจาะเครื่องมือนี้ดัดแปลงมาจาก
เครื่องมือขูดหินปูนของทันตแพทย์
ข. แสดงภาพนิ้วล็อกที่นิ้วนาง
ก่อนทำการรักษา
ค. แสดงภาพหลังการรักษา
โดยวิธีเจาะจะมีแผลเป็นรูขนาดเล็ก (ตามลูกศรชี้)
 
   ศูนย์โรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลศรีวิชัย 3 อ้อมน้่อย ได้นำเครื่องมือขูดหินปูนของทันตแพทย์ มาดัดแปลงมาทำการรักษานิ้วล็อก
(ภาพที่ 3 ก.) ได้ผลดีมาก เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ข้อดีของการรักษาโดยวิธีนี้คือ
สามารถให้การรักษาในผู้ป่วยจำนวนมาก ๆ ได้พร้อม ๆ กัน โดยสามารถทำได้ 100 นิ้ว ในเวลาเพียง 1 วัน
เสียค่าใช้จ่ายน้อย
ปลอดภัย มีโรคแทรกซ้อนน้อย ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำงานได้เร็วกว่าวิธีการผ่าตัดในห้องผ่าตัด
ไม่จำเป็นต้องทำการผ่าตัดในห้องผ่าตัด
   แพทย์ที่จะรักษาโดยวิธีเจาะ (Percutaneous release) จะต้องมีการฝึกฝน อบรม จนมีประสบการณ์ จะทำให้ผลการ รักษาดีมาก
 
 วันเวลาทำการ
    วันจันทร์ – วันอาทิตย์       เวลา 08.00 - 20.00 น.
      ฉุกเฉิน ตลอด 24 ชม. ทุกวัน
 
 การนัดพบแพทย์และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
   ศูนย์โรคกระดูกและข้อ โทรศัพท์ 02-431-0070 ต่อ 1721, 1726  โทรสาร 02-813-4135   หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่
 
 อ่านบทความทางการแพทย์อื่นๆ
            โรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูกสันหลัง
            โรคที่เกี่ยวข้องกับมือและแขน
            อาการชาบริเวณนิ้วมือ (Carpal tunnel syndrome)
            อาการปวดบริเวณข้อมือ (De Quervain ’ s disease)
            การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Total knee replacement)
            การผ่าตัดเปลี่ยนข้อตะโพกเทียม (Total hip replacement)
 
 
 
โรงพยาบาลศรีวิชัย 3 อ้อมน้อย เลขที่ 74/5 หมู่ 4 ถ.เพชรเกษม ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร 74130
Tel. 02-431-0070   Fax.02-431-0940, 02-431-0943   Emergency call. 02-561-1911
E-mail : sv3@srivichai.co.th