เมื่อลูก...ชักจากไข้สูง |
| |
• ทำไมไข้สูงจึงทำให้ชัก
ภาวะชักจากไข้สูง(โดยทั่วไปอุณหภูมิมากกว่าหรือเท่ากับ 38.5 องศาเซลเวียส) เกิดจากมีไข้สูงนำมาก่อนที่จะชักภายใน 24 ชั่วโมงจากเริ่มที่มีไข้ ไข้ที่สูงนี้เองจะไปกระตุ้นการทำงานของสมองทำให้เกิดอาการชักเกร็งได้ โรคนี้มักพบในช่วงอายุ 6ขวบแรกเท่านั้น
• อาการเป็นอย่างไร
มักมาด้วยประวัติมีไข้สูงร่วมกับอาการของไข้หวัด หรือถ่ายเหลว หรือมีคลื่นไส้อาเจียน แล้วมีอาการแกร็งตามลำตัวและแขนขา ตาเหลือกไปข้างใดข้างหนึ่งรอบปากเขียว มักชักแกร็งไม่เกิน 5 นาที แล้วหยุดเอง หลังชักอาจง่วงหลับไปหรือดูสลึมสลือ แต่เรียกรู้สึกตัวดี อาจมีร้องไห้ด้วยความกลัว หรือมีปัสสาวะ อุจจาระราด ถ้าไม่รีบลดไข้ให้ต่ำลงก็มีโอกาสชักซ้ำอีกได้ |
| |
• จะดูแลรักษาและป้องกันอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดอาการซ้ำ
ขั้นแรกต้องรีบลดไข้สูงโดยเช็ดตัวลดไข้ ให้รีบรับประทานยาลดไข้การเช็ดตัวลดไข้ทำได้ไม่ยาก โดยใช้ผ้าผืนกะทัดรัดชุบน้ำที่อุณภูมิพอเหมาะ เช็ดตามลำตัว แขน ขา ซอกคอ ซอกข้อพับต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ส่วนยาลดไข้ก็ให้ได้ทุก 4-6 ชั่วโมงต่อครั้ง อาจใช้ยาลดไข้สูงร่วมด้วยก็ได้ นอกจากนี้เวลาที่เด็กกำลังชักอยู่ห้ามเอานิ้วมือ ช้อนหรือวัสดุใดๆ ง้างเข้าไปในปาก เพราะจะทำให้เด็กนั้นกัดสิ่งของหรือนิ้วขาดได้ แล้วจะตกลงไปอุดทางเดินหายใจและเป็นอันตรายได้ สิ่งที่ควรทำคือ พ่อ-แม่หรือผู้ที่เลี้ยงดู ควรควบคุมสติให้ได้อย่าตกใจจนทำอะไรไม่ถุก ให้จับศีรษะของเด็กหันหน้าตะแคงไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อไม่ให้เด็กสำลักน้ำลาย หรือลิ้นตกลงไปอุดทางเดินหายใจ ส่วนใหญ่เด็กจะหยุดชักเองในเวลาไม่นาน |
| |
| ในปัจจุบันมียากันชักที่ให้กินเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการชักซ้ำ โดยให้กินในช่วงเวลาที่มีไข้หรือไม่สบาย แล้วกินต่อเนื่องไปจนไข้ลดลง 1-2 วันแล้วจึงหยุดยาได้ การกินยากันชักนี้จะช่วยลดโอกาสเกิดชักซ้ำได้พอสมควร |
| |
• จะมีผลต่อสมองของลูก ทำให้ในอนาคตเรียนหนังสือไม่เก่งหรือเปล่า
การชักจากไข้สูงไม่ทำให้ความฉลาดความเก่งลดลงแต่อย่างใด เพราะไม่ได้ทำให้เกิดพยาธิสภาพที่เนื้อสมองหรือการทำงานของสมอง แต่มีข้อยกเว้นว่า ถ้าปล่อยให้ลูกชักอยู่นานมาก สมองก็มีโอกาสขาดออกซิเจนได้เหมือนกัน
• ลูกอายุ 2 เดือน มีนอนบิดตัวไปมาเป็นบางครั้ง บางคราวก็มีสะดุ้งผวาบ้างใช่อาการชักหรือไม่
ไม่ใช่ ภาวะสะดุ้งผวา บิดตัว พบได้ในทารกทั่วไป
• พ่อเคยเป็นแบบนี้ตอนเด็กๆแต่พอโตก็หายชักไปเอง ลูกจะเป็นแบบพ่อได้มั๊ย
เป็นไปได้ และพบบ่อยด้วยที่ชักจากไข้สูงมักมีประวัติคนในครอบครัว เช่น พ่อ-แม่ ญาติ พี่น้อง เคยชักจากไข้สูงตอนเด็กๆ แต่พอโตขึ้นก็หายไปเอง และไม่มีผลต่อสติ เชาว์ปํญญาใดๆ
• ลูกชักจากไข้สูงมาหลายครั้ง 4-5 ครั้งในปีนี้ (ตอนอายุ 5ขวบ) เคยไปพบแพทย์ท่านได้แนะนำให้ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (อีอีจี) เพราะสงสัยว่าลูกอาจจะเ)นโรคลมชักต่อเนื่องในตอนโต มันเกี่ยวข้องกันอย่างไร
ในประวัติข้างต้น และอายุเกิน 6 ขวบ แต่ยังชักบ่อย ก็มีโอกาสที่จะกลายเป็นโรคลมชักจริงๆได้เหมือนกัน ถ้าดังนั้นควรตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองเพื่อดูว่ามีความผิดปกติของสมองหรือไม่ และยังมีประวัติในครอบครัวมีคนเป็นลมชักก็ยิ่งสนับสนุนให้คิดถึงโรคนี้มากขึ้น ถ้าเป็นโรคลมชักจริงก็เป็นเรื่องใหญ่ เพราะต้องกินยากันชักอย่างต่อเนื่องนานอย่างน้อย 2 ปี และอาการชักก็มักมีผลต่อสมองและสติปัญญาด้วย |
|
| |
โดย / พญ.ฤทธาพร ลีระศิริ กุมารแพทย์ รพ.ศรีวิชัย 1
|