ระวัง!!! ไวรัสตับอักเสบบี คุณอาจติดได้โดยไม่รู้ตัว |
|
ปัจจุบันมีผู้ป่วยที่เป็นโรคตับอักเสบจากไวรัส
ตับอักเสบบี ในเมืองไทยจำนวนมาก โดยที่ผู้ป่วยเหล่านี้
อาจไม่แสดงอาการใด ๆ ผู้ป่วยเหล่านี้ บางคนอาจจะยังไม่เคย
ทราบมาก่อนว่าตัวเองเป็นโรคนี้ จนกระทั่งไปตรวจเลือด จึงพบ
ว่าเป็นโรคนี้ก็มี หรือบางคนไปบริจาคโลหิต แล้วจึงทราบว่าเป็น
โรคนี้ ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จำนวนหนึ่งจะกลายเป็นโรคร้ายแรง
ซึ่งจะได้กล่าวต่อไปในประเทศไทย พบอัตราการเป็นพาหะ
ของไวรัสนี้ร้อยละ 6-10 ของประชากร จึงนับว่าเป็นปัญหา
สาธารณสุขที่สำคัญอันหนึ่ง
|
|
|
|
 |
โรคไวรัสตับอักเสบ บี ติดต่อได้อย่างไร
โรคนี้สามารถติดต่อกันได้โดยการสัมผัสกับเลือด น้ำเลือด น้ำคัดหลั่งของผู้ป่วยตับอักเสบระยะเฉียบพลันหรือระยะเรื้อรังหรือผู้เป็นพาหะ ซึ่งเกิดขึ้นได้ในลักษณะต่างๆ กัน เรียกว่าปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โรคไวรัสตับอักเสบ บี ได้แก่
• การรับถ่ายเลือด หรือผลิตภัณฑ์จากเลือดที่มีเชื้อไวรัสนี้อยู่
• การใช้เข็มฉีดยาที่มีเชื้อปนเปื้อน การเจาะหู การสัก การทำฟัน ที่ใช้อุปกรณ์ร่วมกับผู้ที่มีเชื้อไวรัสอยู่โดยไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง
|
|
• การใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกันกับผู้ที่มีเชื้อ เช่น แปรงสีฟัน มีดโกน ที่ตัดเล็บ เพราะอาจปนเปื้อนเลือดของผู้ที่มีเชื้ออยู่
• การร่วมเพศกับผู้ที่มีเชื้อไวรัสอยู่
• การสัมผัสกับเลือด น้ำเลือด น้ำคัดหลั่ง ของผู้ที่มีเชื้อไวรัสอยู่ โดยผ่านเข้าทางบาดแผลโดยไม่รู้ตัว เช่น การกอดรัดฟัดเหวี่ยง หรือกัดกันเล่นๆ ของเด็ก
• การถ่ายทอดเชื้อจากมารดาที่เป็นพาหะหรือเป็นโรคอยู่ไปยังลูก ระหว่างอยู่ในครรภ์ หรือระหว่างคลอด |
|
| จะรู้ได้อย่างไร ว่าเราติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี หรือไม่ |
|
สำหรับผู้ที่มีอาการตับอักเสบ
1. จะมีอาการ คลื่นไส้อาเจียน ท้องอืดท้องเฟ้อ และตามมาด้วยอาการตัวเหลืองตาเหลือง
2. แพทย์จะทำการตรวจเลือดดูการทำหน้าที่ของตับ (Liver function test) และตรวจหาไวรัสตับอักเสบ ซึ่งตรวจ ไวรัสตับอักเสบด้วย ทำให้เราสามารถทราบได้ว่าเกิดจากไวรัสชนิดใด |
|
สำหรับผู้ที่ไม่มีอาการใด ๆ
มักตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจเลือดก่อนผ่าตัด ,
การฝากครรภ์ , ตรวจเลือดในการตรวจสุขภาพประจำปี รวมทั้ง
การบริจาคเลือด เป็นต้น จากการตรวจเลือดทำให้แพทย์
สามารถทราบได้ว่า ผู้ใดมีการติดเชื้อมาก่อนหน้านี้, ผู้ใด
มีการติดเชื้อและเป็นเรื้อรัง, เป็นพาหะ, ผู้ใดไม่เคยมีการติดเชื้อ
มาก่อนเลย หรือ ผู้ใดมีการฉีดวัคซีนป้องกันเรียบร้อยแล้ว
หากท่านติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ท่านจะปฏิบัติตัวอย่างไร
เมื่อท่านตรวจพบเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ท่านควรจะขอรับคำแนะนำจากแพทย์ในการดูแลตัวเอง และต้องคำนึงถึงบุคคลใกล้ชิดด้วยเพราะท่านอาจจะนำเชื้อไปสู่คนใกล้ชิด วิธีการปฏิบัติตัวหากท่านมีเชื้ออยู่ในร่างกาย |
 |
|
|
| 1. รับประทานยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ |
2. รับการตรวจเลือดตามแพทย์นัดสม่ำเสมอ เพราะการตรวจเลือดจะทำให้ทราบว่า ตับท่านมีการอักเสบมากหรือน้อย |
| 3. บอกให้คนใกล้ชิดทราบ หากคนใกล้ชิดไม่มีภูมิหรือเชื้อต้องฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสตับอักเสบ |
| 4. มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยโดยการสวมถุงยาง |
| 5.อย่าบริจาคเลือด |
| 6. ไม่ดื่มสุราของมึนเมา |
|
|
| 7. ไม่ใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์
|
| 8. พักผ่อนให้เพียงพอ |
|
|
| |
พิเศษสุด วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีในเด็ก ราคาพิเศษเพียงเข็มละ 600 บาท ไวรัสตับอักเสบบีในผู้ใหญ่ ราคาพิเศษเพียงเข็มละ 750 บาท ท่านใดสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงพยาบาลศรีวิชัย 3 อ้อมน้อย โทร. 02-4310070 ต่อ 1121,1124 |
| |
ด้วยความปรารถนาดีจาก
แผนกส่งเสริมสุขภาพ
โรงพยาบาลศรีวิชัย 3 อ้อมน้อย โทร.02-431-0070 |
|